เยี่ยมสวน
สวนสละบรรจงฟาร์ม มาตรฐานสู่ผู้บริโภค

คุณบรรจง ธนอุดมนาน เจ้าของสวนสละบรรจงฟาร์มซึ่งรู้จักกันดีในด้านผู้ปลูก
สละพันธุ์เนินวงศ์รายใหญ่ของจ. จันทบุรี ได้เข้าร่วมนโยบาย GAP (Good Agricultural
Practice for Salacca) หมายถึง การผลิตสละที่ดีโดยเริ่มนำสละเข้ามาแซมใน
สวนทุเรียนเป็นเวลานาน กว่า 7 ปีแล้ว พบว่าสละไม่เหมาะที่จะนำมาแซม
ในสวนทุเรียนเพราะเมื่อสละโตและปกคลุมสวนแล้ว ต้นทุเรียนจะมีความชื้นมาก
และจะเป็นโรคไฟทอปเทอร่า
และเชื้อโรคแพร่กระจายไปได้ง่ายภายในสวน จึงจำเป็นต้องตัดต้นทุเรียนทิ้ง เพราะจะทำให้สละติดโรคได้ง่าย

ปัจจุบันปลูกสละเป็นหลักและพบว่าไม้ยืนต้นโตเร็วอย่างกฤษณาหรือว่าทองหลาง
เหมาะที่จะเป็นพืชแซมมากกว่าทุเรียนเนื่องจากไม่มีปัญหาเรื่องโรคและไม่ต้องเก็บ
ผลผลิตรวมทั้งเป็นร่มเงาที่ดี ซึ่งสละจะต้องอาศัยการพรางแสงประมาณ 50% ของแสงปกติ
สละ พันธุ์เนินวงศ์ เป็นสละที่นิยมปลูกมากที่สุด ขนาดลำต้นเล็กกว่าระกำ ปลายใบเรียว
ผลมีรูปร่างยาว หัวท้ายเรียวคล้ายกระสวย หนามผลยาว อ่อนนิ่ม เนื้อมีสีเหลืองนวล หนา นุ่ม
กลิ่นหอม เมล็ดเล็ก เคล็ดลับการปลูกสละอย่างไรให้หวานนั้น
คุณบรรจง รองประธานผู้ปลูกสละจันทบุรี อยู่ที่ อ.ขลุง จ.จันทบุรี มีพื้นที่ปลูกสละ 250 ไร่
จำนวน 10,500 ต้น และได้เผยเคล็ดลับว่า สละจะเปรี้ยวหรือหวาน ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง
ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าขึ้นอยู่กับธาตุอาหารในดินที่เราใส่เข้าไปเนื่องจากยอดแหลมที่
พุ่งออกมาใหม่จะต้องพุ่งยาวกว่ายอดเก่าเสมอ พบว่า 1 กาบก็คือ 1 ตาดอกที่จะพัฒนา
ไปเป็นทะลาย ใช้ระยะเวลาอีก 8 เดือน ก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้

การที่สละมีคุณภาพที่ดีจะต้องคำนึงถึงผลผลิตบนต้นด้วย ไม่ควรไว้ผล
มากเกินไป ดังนั้นต้องมีการบำรุงให้ดี เพราะถ้าไว้ผลสละมากเกินไป แล้ว
ต้น ขาดธาตุอาหารจะต้องใช้ระยะเวลาเป็นปีจึงจะกลับมาดีได้เหมือนเดิม
ซึ่งในแต่ละสวนพื้นฐานของดินก็จะไม่เหมือนกัน และจะต้องใช้การสังเกต
และจดบันทึกความเปลี่ยนแปลงของสวนตัวเองไว้ระยะปลูกก็มีส่วนสำคัญ
ซึ่งถ้าปลูกในระยะชิดเกินไปก็จะทำให้สละไม่มีพื้นที่หาอาหาร และต้องนำ
ดินกลบโคนปีละ 1 ครั้งด้วยเพื่อไม่ให้รากโผล่จากพื้นดินและไม่ควร ตัด
แต่งใบมากเกินไปหากมีทางใบกีดขวางการทำงานก็ควรใช้เชือกไนลอน
ผูกรวบไว้ และมีการโยงผลในต้นที่มีกระปุกผลอยู่ใกล้กับพื้นดิน

ทางสวนได้ตั้งกลุ่มเพื่อส่งดินและใบพืชไปวิเคราะห์หาธาตุอาหารในดิน
และธาตุอาหารในพืช ก็มีประโยชน์ในการลดต้นทุนลงได้ โดยในดินมี
ธาตุอาหารอยู่เท่าใด ขาดธาตุใดบ้าง แล้วพืชต้องการเพียงเท่าใด ซึ่งเมื่อทราบเราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง แต่จัดหาปุ๋ยที่มีธาตุอาหาร
ตามที่พืชต้องการ แล้วดินเราเป็นอย่างไรก็พยายามบำรุงดิน
ให้เหมาะสมกับพืชที่เราปลูก ปัจจุบันพบว่าในดินมีธาตุฟอสพอรัส
ประมาณ 700-800 ppm แต่พืชต้องการเพียง 500 ppm ซึ่งถ้ามีฟอสฟอรัสมากเกินไปฟอสฟอรัสจะเป็นตัวไปหยุดการทำงาน
ของแคลเซียม และปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัส มากไปก็ทำให้ดินเป็นกรดจัดด้วย

ได้มีการปรับปรุงดินโดยใส่ปูนขาว กับโดโลไมด์ เมื่อแมกนีเซียม
สูงก็จะใส่ปูนขาวในดิน และเมื่อแมกนีเซียมต่ำ ก็จะใส่โดโลไมด์ เป็นการปรับปรุงดินเพื่อให้เหมาะสมพืชที่เราปลูก
เทคนิคการจัดการด้านธาตุอาหาร : ปุ๋ยทางดินนั้นเป็นปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึง และใช้ปุ๋ยคอกช่วย
ปรับปรุงคุณภาพของดิน พบว่าเกษตรกรในปัจจุบันต้องใส่ปุ๋ย
แบบผสมผสานโดยในช่วงที่สละออกดอกก็จะใส่ปุ๋ยเน้นไนโตรเจนสูง และฟอสฟอรัสต่ำ เช่นสูตร 16-8-14 อัตรา 1 กก./กอ เพื่อบำรุง
ให้ดอกแข็งแรง ก่อนเก็บกี่ยวก็จะใช้ปุ๋ยที่เน้นโพแทสเซียมเสริมเป็น
พิเศษเช่นสูตร 8-24-24, 9-24-24 อัตรา 1 กก./กอ
เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมน้ำและปุ๋ยเพียงพอก็จะทำให้สละมีคุณภาพดี

ซึ่งก่อนใส่ปุ๋ยก็ต้องทำความสะอาดรอบโคนแล้วจึงใส่ปุ๋ยโดยธรรมชาติแล้วในช่วงเดือนก.พ.-เม.ย นั้นสละจะรสชาติดี หวาน แต่ถ้าเข้าช่วงฤดูฝน ก.ค.-ก.ย. สละจะหัวยุบ ไม่หวาน คุณภาพจะด้อยลงมา ซึ่งก็เป็นผลมาจากมีฝนตกชุก และสละได้รับน้ำมาก รสชาติจึงไม่ดี ส่วนการผสมเกสรนั้นจะใช้ช่อดอกตัวผู้ของระกำ สะกำ หรือ สละที่บานแล้วมาเคาะใส่ช่อดอกตัวเมียที่บานแล้ว
ประมาณ 40% ขึ้นไป ให้ละอองเกสรตกลงไปผสมกันและถ้าในฤดูที่ไม่มีเกสรตัวผู้บานก็ต้องใช้เกสรสำเร็จรูปที่ได้นำมาเก็บ
ไว้ผสมกับแป้ง แล้วนำมาทาบนช่อดอกตัวเมีย ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งในการผสมเกสรของสละ
สละของสวนบรรจงฟาร์มนั้นได้รับใบรับรองคุณภาพจากกรมส่งเสริมการเกษตรว่าเป็นสละปลอดสารพิษ ซึ่งพัฒนาเพื่อเข้าระบบ GAP นั้นจะต้องปฎิบัติดังนี้
1. ต้องมีการจดบันทึกการใช้สารเคมีภายในสวนของตนเอง
2. กำหนดระยะเวลาก่อนเก็บเกี่ยวหลังจากฉีดยาไป
3. ต้องเลือกใช้สารเคมีที่ฤทธิ์ตกค้างไม่นาน
ปัจจุบันคุณบรรจงได้ถ่ายทอดงานให้ลูกชายคือ คุณสมเจตน์ ธนอุดมนาน เป็นประธานของชาวสวนรุ่นใหม่เข้ามาช่วย
คุณพ่อพัฒนาสวน เทคนิคในการจัดการคือ การเลือกใช้ปัจจัยการผลิตให้เหมาะสม เพื่อจะได้ลดต้นทุนการผลิต ซึ่งก็เป็น
แนวคิดของคนรุ่นใหม่ การตั้งกลุ่มในจังหวัดจันทบุรีนั้น เพื่อพัฒนาคนและผลผลิตภายในจังหวัด พร้อมทั้งขยายตลาด
ให้กว้างออกไป อนาคตเพื่อพัฒนาให้ถึงมาตรฐานของต่างประเทศ
เป้าหมายของการรวมกลุ่มเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกลูกชาวสวนที่กลับมาพัฒนาสวนของตนเอง ให้มีความรู้
ด้านการเกษตรมากขึ้น มีการจัดประชุม แลกเปลี่ยนความรู้กันทางด้านการเกษตร จัดวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้
กับเรื่องที่สนใจ พัฒนาบุคคลิกภาพของชาวสวน ศึกษาดูงานนอกสถานที่ ซึ่งจุดประสงค์ของการรวมกลุ่มกันเพื่อเพิ่ม
อำนาจในการต่อรองราคาผลผลิต หรือต้นทุนการผลิตที่จะลดลงหากมีการรวมกันซื้อ เนื่องจากสมาชิกของชมรมในวันนี้
ก็คือ ชาวสวนตัวจริงในอนาคต
คุณบรรจง อยากจะฝากถึงชาวสวนที่ปลูกสละด้วยกันว่า ปัจจุบันชาวสวนยังไม่สามารถจะส่งออกผลผลิตเองได้ ต้องให้
พ่อค้าคนกลางเป็นคนสร้างมาตรฐานภายในประเทศเอง ส่วนในสวนเล็กๆ นั้นเราควรที่จะรวมตัวกันปลูกสละให้มีคุณภาพ
ในเกรดเดียวกัน และขายสละในเกรดเดียว คือมีเฉพาะสละเกรดเอ เท่านั้น จึงจะสามารถกำหนดราคาสละของตัวเองได้ แต่สำหรับที่นี่เป็นสวนใหญ่ซึ่งจะขายสละในปริมาณมาก และสละก็อยู่ในคุณภาพเดียวกันหมด จึงไม่มีปัญหาในด้านการตลาด เนื่องจากมีจุดแข็งอยู่ที่คุณภาพของสละเป็นสำคัญ และสุดท้ายการตลาดก็จะจบที่ผู้บริโภค จำนวนผู้ผลิต
จะเป็นผู้ควบคุมด้านราคาเอง
เกศสรินทร
เครือประวิทย์กรุ๊ป
บริษัทโรจน์กสิกิจเฟอร์ติไลเซอร์ จำกัด
205,207 ถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทร.02-4340080-9,02-883-0900-10 โทรสาร.02-883-0920