ประวิทย์กรุ๊ป
สนับสนุนเกษตรไทย
 
 
 
 
รอบรู้เรื่องปุ๋ย
 

การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลาดยูเรีย


ตลาดการเคลื่อนไหวด้านราคาในกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม  2004  ของปุ๋ยยูเรียของรัสเซีย(Yuzhny)  ตกลงมาอยู่ที่ 60-65  ดอลล่าร์สหรัฐต่อตัน  ราคา fob (ไม่รวมค่าบรรทุกและประกันภัย)  ชนิดเทกอง   โดยตกจากราคา 240 ดอลล่าร์สหรัฐ ลดลงเหลือประมาณ 180 ดอลล่าร์สหรัฐ   ในขณะเดียวกันราคายูเรียเม็ดเล็กของผู้ผลิตในอ่าวอาเรเบีย  ก็ลดราคาลงถึง 80 ดอลล่าร์ต่อตัน ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวป้องกันไม่ให้ยูเรียจากกลุ่มรัสเซีย(FSU)  มีโอกาสเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้

 
ผลของการปรับราคายูเรียเม็ดเล็ก  ของผู้ผลิตในอ่าวอาเรเบีย
ครั้งนี้  อินเดียจึงเป็นผู้ซื้อรายใหญ่กว่าเพื่อน
ส่วนรัสเซียก็ถูกกดดันให้ลดราคาลงเหลือประมาณต่ำกว่า 185
ดอลล่าร์ต่อตัน  เช่นเดียวกับปุ๋ยยูเรียชนิดเม็ดโฟม
ถูกกดดันให้ลดราคาลงมา   เพราะส่วนหนึ่งมีสัญญา
ส่งมอบให้ออสเตรเลียและไทย  และในไตรมาสที่ 4 
เป็นไตรมาสที่มีโปรแกรมส่งสินค้าให้สหรัฐได้อย่างไม่มีปัญหา
ในเรื่องปริมาณ

ในราวปลายเดือนธันวาคม 2004  มีผู้เก็งราคายูเรีย
ว่าจะอยู่ในราคาต่ำกว่า 180 ดอลล่าร์ต่อตัน
fob จาก  Riga  แต่ราคาได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อรัสเซีย (Yuzhny)แจ้งเปิดราคามาที่ 180-182  ดอลล่าร์ต่อตัน
แต่ราคาดังกล่าวได้ซื้อขายก็หมดสิ้นไปแล้วในราคาสูงกว่า 180  ดอลล่าร์เล็กน้อย  ในเดือนมกราคม
ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ผู้ผลิตได้ตั้งราคาขึ้นมาใหม่เป็นเกือบ 200 ดอลล่าร์ต่อตัน
fob  ซึ่งเป็นราคาที่พ่อค้าสามารถต่อรองซื้อจ่ายสดได้
ในราคา 195 ดอลล่าร์ต่อตัน ตอนปลายเดือนมกราคม


 
ยูเรียเม็ดเล็ก  ออกจากอาเรเบียในเดือนมกราคมมีจำนวนไม่มาก 
โดยจำหน่ายให้อินเดียราคาเทกอง fob  ตันละ 216 เหรียญสหรัฐ และผู้ผลิตรายอื่นในอ่าวอาเรเบีย กำลังจะขึ้นราคาเป็น 220 เหรียญสหรัฐ fob  เทกองในปลายเดือนมกราคม   ในเดือนมกราคมเช่นกัน SABIC  ขายปุ๋ยยูเรียให้เกาหลีใต้ในราคา fob ต่ำกว่า 220 เหรียญสหรัฐเล็กน้อยเป็นชนิดเทกอง 
การส่งออกยูเรียของจีนมีปัญหาเล็กน้อย เนื่องจากรัฐบาลจีน
ต้องเก็บภาษีส่งออก 31.5 เหรียญสหรัฐต่อตัน
(มีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-มี.ค 2005)  และงดการลดภาษี
VAT 11% แก่ผู้ส่งออกมีการคาดคะเนตลาดการขาย
ในประเทศว่าราคาจะต้องหล่นลงมาอย่างแน่นอน
 เพราะมีสต๊อค จำนวนมากที่ไม่ได้จำหน่าย
ในระหว่างประกาศใช้มาตรการใหม่  มีเรือ 2 ลำ พร้อมที่จะออกจากท่าโดยซื้อขายกันในราคา 230 เหรียญสหรัฐ fob  แต่ในระยะรีบร้อนเช่นนี้ยังไม่รู้ว่าราคาจะออกมาในรูปใด  โดยเฉพาะในเดือนมกราคม จีนหลังการส่งออกจำนวน 750,000 ตัน  ในเดือนพฤศจิกายน และคาดว่าขายได้อีกจำนวนหนึ่งในเดือนธันวาคมแต่ตลาดก็ยังเงียบๆ  จีนส่งออกยูเรีย
ตั้งแต่มกราคมถึงพฤศจิกายน  2004  จำนวน 3.357 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับปี 2003)   คาดว่าจะถึง 3.7 ล้านตัน เมื่อถึงเดือนธันวาคม 
 

อินโดนีเซียมีปุ๋ยยูเรียชนิดเม็ดโฟม ที่จะส่งออกในเดือนมกราคม 2005 จำนวน 80,000 ตันและขายได้ขายไปแล้วจำนวน 65,000 ตัน  ในราคา fob  ระหว่าง 230 ถึง 232.25  ดอลล่าร์ต่อตัน เป็นปุ๋ยชนิดเทกอง  โดยจะส่งไปยังประเทศเกาหลีใต้  มาเลเซีย และออสเตรเลีย
ผู้ซื้อจากลาตินอเมริกายังไม่รีบร้อนที่จะซื้อ ถ้าหาก Yuzhny   รัสเซียยังพยายามจะขึ้นราคา fob ให้สูงกว่า 200 ดอลล่าร์ต่อตันในเดือนกุมภาพันธ์  ผู้ซื้อจากเม็กซิโกก็เช่นเดียวกัน ยังรอดูท่าทีอยู่  ในขณะเดียวกันอินคอฟ (Incofe)   ได้จองการสั่งซื้อจากเวเนซูเอล่า  จำนวน 25,000 ตัน  เพื่อที่จะส่งไปยัง Vera Cruz  และ  Honduras ในปลายเดือนมกราคม ราคาที่ซื้อขายกันยังถูกกว่าของ Riga จากรัสเซียที่เสนอขายราคา fob 185 ดอลล่าร์ต่อตัน  คือ ราคาของเวเนซูเอล่า ซึ่งเป็นปุ๋ยชนิดเม็ดโฟมจะประมาณ 230 ดอลล่าร์ต่อตันเป็นราคา CFR   และลงสินค้าทาง
ฝั่งตะวันออกของเม็กซิโก


     
เครือประวิทย์กรุ๊ป
บริษัท โรจน์กสิกิจเฟอร์ติไลเซอร์ จำกัด,บริษัท ปุ๋ยไวกิ้ง จำกัด,บริษัทไฮโดรไทย จำกัด,บริษัท เอเวอร์กรีนแลนด์ จำกัด,บริษัท ไร่อรุณวิทย์รีสอร์ท จำกัด
205,207 ถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทร.02-4340080-9,02-883-0900-10 โทรสาร.02-883-0920