เยี่ยมสวน
เคล็ดไม่ลับของการผลิตชมพู่ทองสามส

คุณสมบัติ จิ๋วบำรุงราช เจ้าของสวนโพธิ์ใหญ่พันธ์ไม้เริ่มนำชมพู่พันธ์ทองสามสี
มาปลูกในสวนปัจจุบันต้นมีอายุประมาณ 7 ปี ปลูกทั้งหมด 8 ไร่ อยู่ที่ต.บ้านลาด
อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

จุดเด่น คือ ผลมีสีแดงเข้ม มองเห็นเส้นชัดเจน ผลใหญ่กว่าพันธุ์ทับทิมจันทน์
ส่วนก้นกว้าง เนื้อแน่น หวาน ไม่มีเมล็ด เปลือกหนา สะดวกต่อการส่งออก
ใส่โฟมแล้วไม่เหี่ยว สามารถอยู่ได้หลายวัน

การบำรุงชมพู่เพื่อทำคุณภาพ เริ่มจากการบำรุงต้นให้งาม แล้วทำให้ออกดอก
ซึ่งที่นี้จะเน้นผลผลิตในช่วงนอกฤดู ส่วนในฤดูจะเด็ดทิ้งเพื่อรักษาต้นให้สมบูรณ์
แข็งแรง และราคาผลผลิตนอกฤดูก็เป็นแรงจูงใจด้วย หลังเก็บเกี่ยว
ให้ตัดแต่งกิ่งเฉพาะกิ่งแก่ๆ ข้างในแล้วใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 15-15-15
และฉีดฮอร์โมนเพื่อสะสมแป้งและน้ำตาล 3-4 ครั้ง ใน 1 เดือน ทำการฉีด 7
วัน/ครั้ง แล้วใส่ปุ๋ยไข่มุก ตราเรือใบไวกิ้ง สูตร 16-16-16 เพื่อเร่งดอก
แล้วใช้ฮอร์โมนดึงให้ออกดอก พอออกดอกแล้วประมาณ 28 วัน
ให้สังเกตว่าชมพู่ออกดอกสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าออกดอกน้อยกว่า 20 %

ก็ให้ใส่ปุ๋ยเพื่อเร่งดอกใหม่อีกครั้ง ใช้สูตร 12-11-18+TE ประมาณ 10-15 วัน
ชมพู่ก็จะออกดอกเพิ่มขึ้น

เทคนิคการห่อผล นับว่าสำคัญมากสำหรับการทำชมพู่คุณภาพโดย 1 พวงนั้น
จะมีประมาณ 7 ช่อ และ 1 ช่อ ไว้ผลประมาณ 7-8 ผล เลือกเฉพาะผล
ที่รูปทรงสวย คัดเหลือเพียง 4 ผล ซึ่ง 1 ต้นก็จะมีประมาณ 70-80 ห่อ
พอห่อผลได้ 10 วัน ก็ฉีดปุ๋ยเกล็ด 8-24-24 เพื่อเพิ่มความหวาน
และขยายขนาดผล และช่วยเพิ่มสีสัน ซึ่งข้อจำกัดที่ต้องอาศัยเทคนิค
ที่มีความแม่นยำ

ซึ่งถ้าเราบำรุงด้วยปุ๋ยและยาแล้วเลยกำหนดมา 2-3 วันแล้วไม่ดึงดอก ก็ต้องกลับไปเริ่มต้นบำรุงต้นใหม่อีก 2 เดือนซึ่งเป็นวิธีการ
ที่ฝืนธรรมชาติของต้นไม้ หลังจากเก็บผลผลิตแล้วจะต้องบำรุงต้นให้สมบูรณ์และพร้อมที่จะออกดอกในรุ่นต่อไปด้วยต้นให้
สมบูรณ์และพร้อมที่จะออกดอกในรุ่นต่อไปด้วย จึงทำให้ผลผลิตที่ออกในช่วงทะวายนี้มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 105-110 บาท
คัดขนาดเป็น 4 ขนาด ถ้าขายตลาดในประเทศกิโลกรัมละ 70-80 บาท และคัดเป็น 2 ขนาด ซึ่งถ้าช่วงในฤดูชมพู่
จะเจอฝน รสชาติจะจืดกว่าในหน้าทะวาย และมีผลผลิตมาก ดังนั้นหน้าทะวายจะมีรสชาติดีกว่า และมีผลน้อยทำให้สามารถ
ดูแลด้านคุณภาพได้มากกว่า ดังนั้นมือใหม่ที่จะนำต้นพันธุ์ไปปลูกก็ต้องมีความเข้าใจวิธีการทำทะวายด้วย
ซึ่งถ้าไว้ผลผลิตมาก
คุณภาพและรสชาติของผลจะไม่ค่อยดี ต้องทำการบิดลูกทิ้งเหลือไว้เพียง เล็กน้อย เพื่อทำคุณภาพผลผลิตและรักษาต้นไม้
ให้โทรมจนเกินไป

ปัญหาที่สำคัญ คือเรื่องน้ำท่วม ซึ่งสร้างปัญหาให้กับทางสวนทุกปี โดยจะทำให้ดอกของชมพู่ร่วง ต้องขุดรอกและระบายน้ำ
ออกให้เร็วที่สุด ซึ่งการเลือกพื้นที่ปลูกก็ควรเลือกปลูกในที่ดอน น้ำไม่ท่วมขังจะดีที่สุด
ทางสวนจะเก็บเกี่ยวผลลิตรุ่นแรกในเดือนตุลาคม อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน หลังจากแทงตาดอก
การใช้ปุ๋ยเพื่อบำรุงผลผลิตก็ต้องทำให้ถูกช่วงเวลา เพื่อให้เกิดการพัฒนาในช่วงนั้นๆ ในโอกาสต่อไป

เกศสรินทร
ประวิทย์กรุ๊ป
บริษัทโรจน์กสิกิจเฟอร์ติไลเซอร์ จำกัด
205,207 ถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทร.02-4340080-9,02-883-0900-10 โทรสาร.02-883-0920